หน้าหลัก วัดหนองสวง พระครูสุธีวรสาร ประชาสัมพันธ์ ภาพกิจกรรม ดาวน์โหลด วิดีโอ ถาม-ตอบ ติดต่อวัดหนองสวง
  เมนูหลัก
  เกี่ยวกับวัด
  ข้อมูลพื้นฐาน
  พระครูสุธีวรสาร
  บทสวดมนต์
 
  สถิติการเยี่ยมชม
 
 

คำขอบรรพชาอุปสมบทแบบธรรมยุต

(ให้ท่อง)

          เอสาหัง  ภันเต,  สุจิระปะรินิบบุตัมปิ,   ตัง  ภะคะวันตัง  สะระณัง   คัจฉามิ, ธัมมัญจะ  ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง  ภันเต,    ตัสสะ     ภะคะวะโต,  ธัมมะวินะเย  ปัพบัชชัง,   ละเภยยัง  อุปะสัมปะดัง. ดุติยัมปาหัง  ภันเต,  สุจิระปะรินิบบุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง   คัจฉามิ,  ธัมมัญจะ  ภิกขุสังฆัญจะ,  ละเภยยาหัง  ภันเต, ตัสสะ  ภะคะวะโต,    ธัมมะวินะเย  ปัพบัชชัง,  ละเภยยัง  อุปะสัมปะดัง.

          ตะติยัมปาหัง  ภันเต,  สุจิระปะรินิบบุตัมปิ,   ตัง   ภะคะวันตัง    สะระณัง   คัจฉามิ,    ธัมมัญจะ  ภิกขุสังฆัญจะ,   ละเภยยาหัง   ภันเต,   ตัสสะ  ภะคะวะโต,   ธัมมะวินะเย  ปัพบัชชัง,  ละเภยยัง  อุปะสัมปะดัง. อะหัง  ภันเต, ปัพบัชชัง  ยาจามิ, อิมานิ  กาสายานิ  วัตถานิ            คะเหต์วา,   ปัพบาเชถะ  มัง  ภันเต,   อะนุกัมปัง  อุปาดายะ. ดุติยัมปิ  อะหัง  ภันเต,  ปัพบัชชัง  ยาจามิ,   อิมานิ  กาสายานิ    วัตถานิ  คะเหต์วา,   ปัพบาเชถะ  มัง  ภันเต,   อะนุกัมปัง  อุปาดายะ. ตะติยัมปิ  อะหัง  ภันเต,  ปัพบัชชัง  ยาจามิ,  อิมานิ  กาสายานิ   วัตถานิ  คะเหต์วา,  ปัพบาเชถะ  มัง  ภันเต,  อะนุกัมปัง  อุปาดายะ.

 

ตะจะปัญจะกะกัมมะฐาน  ( ให้ท่อง )

เกสา, โลมา, นะขา,  ดันตา,  ตะโจ,  ตะโจ,  ดันตา,  นะขา,  โลมา,  เกสา.

คำขอสรณคมและศีล   (ให้ท่อง )

          อะหัง  ภันเต  สะระณะสีลัง  ยาจามิ.          ดุติยัมปิ  อะหัง  ภันเต  สะระณะสีลัง  ยาจามิ.          ตะติยัมปิ  อะหัง  ภันเต  สะระณะสีลัง  ยาจามิ.
( ลำดับนั้น  พระอาจารย์พึงกล่าวคำนมัสการนำให้  พึงว่าตามท่านไป  ดังนี้. )

          นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมบุทธัสสะ.  (  ๓  จบ )
( เมื่อพระอาจารย์ว่า  เอวัง  วะเทหิ. )
( ผู้ขอบวชพึงกล่าวอย่างนี้  อามะ  ภันเต. )

          พึงว่าตามท่านเป็นลำดับไป  ดังนี้      (ให้ท่อง )

                บุทธัง        สะระณัง  คัจฉามิ.
                ธัมมัง         สะระณัง  คัจฉามิ.
                สังฆัง         สะระณัง  คัจฉามิ.
                ดุติยัมปิ  บุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ.
                ดุติยัมปิ  ธัมมัง   สะระณัง  คัจฉามิ.
                ดุติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ.
                ตะติยัมปิ  บุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ.
                ตะติยัมปิ  ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ.
                ตะติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ.

( พระอาจารย์จะกล่าวว่า  ติสะระณะคะมะนัง  นิฏฐิตัง. )
( ผู้ขอบวชพึงกล่าวว่า  อามะ  ภันเต. แล้วพึงว่าตามท่านเป็นลำดับไปดังนี้ )
( ให้ท่อง )

                ปาณาติปาตา  เวระมะณี
                อะดินนาดานา  เวระมะณี 
                อะบรัหมะจะริยา  เวระมะณี 
                มุสาวาดา  เวระมะณี 
                สุราเมระยะมัชชะปะมาดัฏฐานา  เวระมะณี 
                วิกาละโภชะนา  เวระมะณี 
                นัจจะคีตะวาดิตะวิสูกะดัสสะนา  เวระมะณี 
                มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา  เวระมะณี    
                อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา  เวระมะณี 
                ชาตะรูปะระชะตะปะฏิคคะหะณา  เวระมะณี
                 อิมานิ  ดะสะ  สิกขาปาดานิ  สะมาดิยามิ.  ( ว่า  ๓  หน )

จบการบรรพชาเป็นสามเณรเพียงเท่านี้

                  คำขอนิสัย   ( ให้ท่อง )

                อะหัง  ภันเต  นิสสะยัง  ยาจามิ.
                ดุติยัมปิ  อะหัง  ภันเต  นิสสะยัง  ยาจามิ.
                ตะติยัมปิ  อะหัง  ภันเต  นิสสะยัง  ยาจามิ.
                อุปัชชาโย  เม  ภันเต  โหหิ  ( ว่า  ๓  หน )

ต่อไปท่านกล่าวว่า  โอปายิกัง,  ปฏิรูปัง,  ปาสาทิเกน  สัมปาเทหิ.  พึงรับว่า  สาธุ  ภันเต  ทุก ๆ  ครั้ง  ทั้ง  ๓  ครั้ง  แล้วพึงกล่าวต่อไปว่า
          อัชชะตัคเคดานิ  เถโร,  มัยหัง  ภาโร  อะหัมปิ  เถรัสสะ  ภาโร. ว่า  ๓  ครั้ง
          ในลำดับนั้น  พระอาจารย์จะเอาสายบาตรคล้องคอให้  แล้วบอกบาตรและจีวรเป็นภาษาบาลี  พึงรับกะท่านว่า  อามะ  ภันเต  ทุก ๆ  ครั้ง  ๔  ครั้ง
          แต่นั้นท่านสั่งให้ไปยืนข้างนอกด้วยคำว่า  คัจฉะ   อะมุมหิ  โอกาเส     ติฏฐาหิ.  พึงถอยออกไปยืนข้างนอกที่กำหนดไว้  แล้วท่านออกไปถามอันตรายิกธรรม 

พอท่านถามด้วยภาษาบาลี  ว่า               

          กุฏฐัง                                  พึงรับว่า      นัตถิ  ภันเต
          คัณโฑ                                พึงรับว่า      นัตถิ  ภันเต 
          กิลาโส                                พึงรับว่า      นัตถิ  ภันเต 
          โสโส                                  พึงรับว่า      นัตถิ  ภันเต 
          อะะปะมาโร                          พึงรับว่า      นัตถิ  ภันเต 
          มะนุสโสสิ                            พึงรับว่า      อามะ  ภันเต
          ปุริโสสิ                                พึงรับว่า      อามะ  ภันเต
          ภุชิสโสสิ                             พึงรับว่า      อามะ  ภันเต 
          อะนะโณสิ                            พึงรับว่า      อามะ  ภันเต
          นะสิราชะภะโต                     พึงรับว่า      อามะ  ภันเต
          อะนุญญาโตสิ  มาตาปิตูหิ      พึงรับว่า      อามะ  ภันเต
          ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ         พึงรับว่า      อามะ  ภันเต
          ปะริปุณณันเต  ปัตตะจีวะรัง    พึงรับว่า      อามะ  ภันเต
          กินนาโมสิ                            พึงบอกว่า    อามะ  ภันเต....……....นามะ
          โก  นามะ  เต  อุปัชฌาโย       พึงบอกว่า    อุปัชฌาโย เม  ภันเต         

                                อายัส์มา.....................นามะ  

 

คำขออุปสมบท ( ให้ท่อง )

          สังฆัมภันเต  อุปะสัมปะดัง  ยาจามิ,  อุลลุมปะตุ  มัง  ภันเต,           สังโฆ,  อะนุกัมปัง  อุปาดายะ.
          ดุติยัมปิ  ภันเต  สังฆัง,  อุปะสัมปะดัง  ยาจามิ,  อุลลุมปะตุ  มัง     ภันเต,  สังโฆ,  อะนุกัมปัง  อุปาดายะ.
          ตะติยัมปิ  ภันเต  สังฆัง,  อุปะสัมปะดัง  ยาจามิ,  อุลลุมปะตุ  มัง    ภันเต,  สังโฆ,  อะนุกัมปัง  อุปาดายะ.

          (ที่ขีดเส้นใต้ไว้หมายถึงว่าคนเดียว   ถ้าว่าหลายคน  เปลี่ยน  ยาจามิ

เป็น  ยาจามะ   เปลี่ยน  มัง  เป็น  โน)

          ก่อนอื่นให้ทำความเข้าในก่อนว่า  ศัพท์แต่ละศัพท์ที่เราท่องอยู่นี้  เป็นภาษาบาลี  ผู้เรียบเรียงได้จัดพิมพ์ให้เป็นคำอ่านเพื่อง่ายต่อการจดจำ และไม่มีเจตนาที่จะทำให้ภาษาบาลีผิดเพี้ยนไปแต่ประการใด ซึ่งเป็นภาษาที่เราไม่คุ้นเคย  จึงควรท่องหยุดตามเครื่องหมาย (,) จุลภาคหรือลูกน้ำที่ให้ไว้  ท่องให้ได้ทีละบท  อย่าอ่านไปจนจบ  เพราะเมื่ออ่านจบแล้วจะรู้สึกว่ายาก  ทำอย่างนั้นไม่ใช่การท่องจะเป็นการอ่านไป  ให้ท่องหยุดตาม (,) จุลภาคหรือลูกน้ำที่ให้ไว้  นั้นจึงเป็นการท่องจำ[๑]

 

กิจเบื้องต้นของภิกษุใหม่

พินทุ  อธิฏฐาน  และวิกัปป์ผ้า

          ๑.  พินทุ  ผ้าทุกชนิดก่อนใช้ต้องพินทุ  คือ  ใช้ดินสอดำหรือปากกาสีน้ำเงิน,  ดำ  จุดเป็นวงกลมทึบที่มุมผ้า  ๓  จุด  พร้อมกับกล่าวคำพินทุว่า    "อิมัง  พินทุกัปปัง  กะโรมิ"  แปลว่าเราทำหมายจุด  ผ้าที่ใช้ครั้งเดียวนุ่งห่มแล้วซักแม้จุดจะหายก็ไม่ต้องทำอีก

          ๒.  อธิษฐาน  บริขารที่ภิกษุต้องใช้  เช่น  สบง  จีวร  สังฆาฏิ  บาตร  แม้แต่ผ้าเช็ดหน้าก็ต้องอธิษฐานก่อนใช้  ถ้าไม่ทำมีสิกขาบทปรับอาบัติปาจิตตีย์

          บริขารที่จะต้องทำอธิษฐาน  มีดังนี้ -

          ๑.  ผ้าสังฆาฏิ   กล่าวคำอธิษฐานว่า  "อิมัง  สังฆาฏิง  อธิฏฐามิ" ๓  ครั้ง
          ๒.  ผ้าจีวร    กล่าวคำอธิษฐานว่า  "อิมัง  อุตตะราสังคัง  อธิฏฐามิ"      ๓  ครั้ง 
          ๓.  ผ้าสบง   กล่าวคำอธิษฐานว่า  "อิมัง  อันตะระวาสะกัง อธิฏฐามิ"  ๓  ครั้ง
          ๔.  บาตร     กล่าวคำอธิษฐานว่า  "อิมัง  ปัตตัง  อธิฏฐามิ"               ๓  ครั้ง
          ๕.  ผ้าปูนั่ง   กล่าวคำอธิษฐานว่า  "อิมัง  นิสีทะนัง  อธิฏฐามิ"            ๓  ครั้ง
          ๖.  ผ้าปูนอนกล่าวคำอธิษฐานว่า  "อิมัง  ปัจจัตถะระณัง  อธิฏฐามิ"    ๓  ครั้ง
          ๗.  ผ้าเช็ดหน้ากล่าวคำอธิษฐานว่า  "อิมัง  มุขะปุณฉะนะโจรัง  อธิฏฐามิ"๓  ครั้ง
          ๘.  ผ้าอาบน้ำฝน  กล่าวคำอธิษฐานว่า  "อิมัง  วัสสิกะสาฏิกัง  อธิฏฐามิ"    ๓  ครั้ง

      โดยอธิษฐานทางกาย  คือ  ใช้มือรูปบริขารที่อธิษฐานนั้น  หรือจะอธิษฐานด้วยวาจา  คือกล่าวคำอธิษฐานไม่ถูกของด้วยก็ได้  ควรให้ของอยู่ใกล้ตัวผู้อธิษฐาน

          .  วิกัปป์  ภิกษุจะมีผ้ามากกว่าที่อธิษฐานใช้ได้  ก็ต่อเมื่อทำวิกัปป์ไว้  คือทำให้เป็นของมีเจ้าของสองคน  เพื่อป้องกันไม่ให้ภิกษุสะสมบริขาร  ซึ่งจะทำให้จิตใจใฝ่แต่ลาภ  สักการะโดยทำการวิกัปป์ต่อหน้าภิกษุหรือสามเณรก็ได้  ดังนี้

          ๑.  ผ้าจีวร  กล่าวคำวิกัปว่า      " อิมานิ  จีวรานิ  ตุยหัง  วิกัปเปมิ "
          ๒.  บาตร  กล่าวคำวิกัปว่า       " อิมัง  ปัตตัง  คุยหัง  วิกัปเปมิ "

          เมื่อต้องการจะนำออกมาใช้  ก็ต้องขออนุญาตจากภิกษุหรือสามเณรที่เราวิกัปป์ไว้  เรียกว่า  ถอนวิกัปป์  เช่น  ต้องการใช้จีวรใหม่  ให้กล่าวคำถอนว่า 
           " อิมัง    จีวะรัง   มัยหัง  สันตะกัง   ปริภุญชะ   วา   วิสัชเชหิ    วา    ยะถาปัจจะยัง  วา    กะโรหิ "  

ถ้าเป็นบาตร  ให้กล่าวคำถอนว่า  " อิมัง    ปัตตัง    มัยหัง    สันตะกัง  ปริภุญชะ  วา  วิสัชเชหิ    วา    ยะถาปัจจะยัง  วา  กะโรหิ "  รายละเอียดมีในหนังสือ " อุปสมบทวิธีและบุพพกิจ  สำหรับภิกษุใหม่ "ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า  กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ฯ

วิธีแสดงอาบัติ

           ๑.  อาบัติที่ภิกษุต้องแล้ว  พึงแสดงมีอยู่  ๕  ข้อ  คือ

                   (๑)  นิสสัคคิยาโย
                   (๒)  ถุลลัจจะยาโย
                   (๓)  ปาจิตติยาโย
                   (๔)  ทุกกะฏาโย
                   (๕)  ทุพภาสิตาโย

           ๒.  ว่าคำปรารภก่อนแสดงอาบัติ  เช่น 

(คำปรารภอาบัติถุลลัจจัย)
ขอแสดงอาบัติถุลลัจจัยอันเป็นบุพพประโชคแห่งอาบัติปาราชิกและสังฆาทิเสส มีวัตถุต่าง ๆ  ที่ล่วงละเมิดแล้ว  (ระบุวัตถุที่ต้อง  เช่น  กลืนกินน้ำเลือด น้ำหนองของตัวเอง  พูดหรือกระทำให้เกิดความกำหนัดยินดี)  และอื่น ๆ ที่จำไม่ได้ประมวลมาแสดงไว้ในที่นี้  เพื่อจะสำรวมระวังต่อไป  (แล้วว่าคำแสดงอาบัติ) 

(คำปรารภอาบัติปาจิตตีย์) 
ขอแสดงอาบัติปาจิตตีย์มีวัตถุต่าง ๆ  ที่ล่วงละเมิดแล้วมี  (ระบุวัตถุที่ล่วง  เช่น  ฉันอาหารในเวลาวิกาล  ฉันอาหารที่ไม่ได้รับประเคน  พูดเท็จ  พรากภูตคาม  เป็นต้น )  ขอประมวลมาแสดงไว้  ณ  ที่นี้  เพื่อจะได้สำรวมระวังต่อไป  ( แล้วกล่าวคำแสดงอาบัติ )

(คำปรารภอาบัติทุกกฏ) 
ขอแสดงอาบัติทุกกฏอันมีวัตถุต่าง ๆ  ทั้งที่มาในพระปาฏิโมกข์  และนอกพระปาฏิโมกข์  มีล่วงเสขิยวัตร  และปกปิดอาบัติต่าง ๆ  ไว้ล่วงราตรี  ขอประมวลไว้  ณ  ที่นี้  เพื่อจะได้สำรวมระวังต่อไป  ( แล้วกล่าวคำแสดงอาบัติ )

 

คำแสดงผู้มีพรรษาอ่อน

( ผู้แสดงว่า )         อะหัง  ภันเต  สัพพะหุลา  นานาวัตถุกาโย,           *ถุลลัจจะยาโย   อาบัติโย  อาปันโนตา  ปะฏิเทเสมิ.
( ผู้รับว่า )           ปัสสะสิ  อาวุโส.
( ผู้แสดงว่า )       อามะ  ภันเต  ปัสสามิ.
( ผู้รับว่า )           อายะติง  อาวุโส  สังวะเรยยาสิ.
( ผู้แสดงว่า )       สาธุ  สุฏฐุ  ภันเต  สังวะริสสามิ.  ( ว่า  ๓  ครั้ง )

 

คำแสดงผู้มีพรรษาแก่

( ผู้แสดงว่า )        อะหัง  อาวุโส  สัพพะหุลา  นานาวัตถุกาโย,       *ถุลลัจจะยาโยอาบัติโย  อาปันโนตา  ปะฏิเทเสมิ.
( ผู้รับว่า )            ปัสสะถะ  ภันเต.
( ผู้แสดงว่า )        อามะ  อาวุโส  ปัสสามิ.
( ผู้รับว่า )             อายะติง  ภันเต  สังวะเรยยาสิ.
( ผู้แสดงว่า )        สาธุ  สุฏฐุ  อาวุโส  สังวะริสสามิ.  ( ว่า  ๓  ครั้ง )

 

หมายเหตุ  ที่ทำเครื่องหมายดอกจันทน์ ( * )  ไว้  ให้เพิ่มชื่ออาบัติที่แสดงแต่ละตัว

                ภันเต          ใช้กับผู้มีพรรษาอ่อน
                อาวุโส ใช้กับผู้มีพรรษาแก่

          ความละเอียดแห่งวิธีการแสดงอาบัติ  ขอได้ไต่ถามพระอาจารย์หรือพระพี่เลี้ยง  เมื่อต้องอาบัติต้องรีบแสดงอย่าทิ้งไว้ข้ามคืน  เพราะจะเป็นโทษต่ออาบัติเพิ่ม

 

บทสวดต่อท้ายพระปาฏิโมกข์

สัจจะกิริยะคาถา

          นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง     พุทโธ  เม  สะระณัง  วะรัง
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ                    โสตถิ  เม  โหตุ  สัพพะทา.
          นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง    ธัมโม  เม  สะระณัง  วะรัง
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ                    โสตถิ  เม  โหตุ  สัพพะทา.
          นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง     สังโฆ  เม  สะระณัง  วะรัง
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ                    โสตถิ  เม  โหตุ  สัพพะทา. ฯ

สีลุทเทสะปาฐะ

ภาสิตะมิทัง   เตนะ  ภะคะวาตา  ชานะตา   ปัสสะตา    อะระหะตา   สัมมาสัมพุทเธนะ,   สัมปันนะสีลา   ภิกขะเว   วิหะระถะ  สัมปันนะปาฏิโมกขา, ปาฏิโมกขะสังวะระสังวุตา วิหะระถะ อาจาระโคจะระสัมปันนา,   อะณุมัตเตสุ    วัชเชสุ ภะยะทัสสาวี  สะมาทายะ  สิกขะถะ  สิกขาปะเทสูติ.  ตัส์มาติหัมเหหิ  สิกขิตัพพัง, สัมปันนะสีลา วิหะริสสามะ  สัมปันนะปาฏิโมกขา, ปาฏิโมกขะสังวะระสังวุตา  วิหะริสสามะ อาจาระโคจะระ           สัมปันนา,  อะณุมัตเตสุ  วัชเชสุ  ภะยะทัสสาวี สะมาทายะ  สิกขิสสามะ  สิกขาปะเทสูติ,  เอวัญหิ  โน  สิกขิตัพพัง. ฯ

ตายนคาถา

ฉินทะ  โสตัง  ปะรักกัมมะ               กาเม  ปะนูทะ  พราหมะณะ
นัปปะหายะ  มุนิ  กาเม                   เนกัตตะมุปะปัชชะติ
กะยิรา  เจ  กะยิราเถนัง                  ทัฬหะเมนัง  ปะรักกะเม
สิถิโล  หิ  ปะริพพาโช                     ภิยโย  อากิระเต  ระชัง
อะกะตัง  ทุกกะตัง  เสยโย               ปัจฉา  ตัปปะติ  ทุกกะฏัง
กะตัจจะ  สุกะตัง  เสยโย                 ยัง  กัต์วา  นานุตัปปะติ
กุโส  ยะถา  ทุคคะหิโต                    หัตถะเมวานุกันตะติ
สามัญญัง  ทุปปะรามัตถัง                นิระยายูปะกัฑฒะติ. ฯ
ยังกิญจิ  สิถิลัง  กัมมัง                    สังกิลิฏฐัญจะ  ยัง  วะตัง
สังกัสสะรัง  พรัหมะจะริยัง               นะ  ตัง โหตุ  มะหัปผะลันติฯ

โอวาทะปาฏิโมกขะปาฐะ

          อุททิฏฐัง  โข  เตนะ  ภะคะวะตา  ชานะตา  ปัสสะตา อะระหะตา     สัมมาสัมพุทเธนะ,  โอวาทะปาฏิโมกขัง  ตีหิ  คาถาหิ,
                        ขันตี  ปะระมัง  ตะโป  ตีติกขา
                        นิพพานัง  ปะระมัง  วะทันติ  พุทธา
                        นะ  หิ  ปัพพะชิโต  ปะรูปะฆาตี
                        สะมะโณ  โหติ  ปะรัง  วิเหฐะยันโต

          สัพพะปาปัสสะ  อะกะระณัง    กุสะลัสสูปะสัมปะทา
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง                  เอตัง  พุทธานะ  สาสะนัง
อะนูปะวาโท  อะนูปะฆาโต               ปาฏิโมกเข  จะ  สังวะโร
มัตตัญญุตา  จะ  ภัตตัส์มิง                ปันตัญจะ  สะยะนาสะนัง
อะธิจิตเต  จะ  อาโยโค                    เอตัง  พุทธานะ  สาสะนันติฯ

 

คำขอขมาพระรัตนตรัย

( ว่า  นะโม  ฯลฯ  ๓  ครั้ง) ระตะนะตะเย  ปะมาเทนะ ทะวาระตะเยนะ  กะตัง  สัพพัง อะปะราธัง  ขะมะตุ  โน ภันเต.           (ว่า  ๓  จบ )

คำขอขมาพระเถระ

เถเร  ปะมาเทนะ  ทะวาระตะเยนะ  กะตัง  สัพพัง  อะปะราธัง          ขะมะตุ  โน ภันเต. (ว่า  ๓  จบ )

คำอธิษฐานจำพรรษา

อิมัส์มิง  อาวาเส  อิมัง  เตมาสัง  วัสสัง  อุเปมิ.      ( ว่า  ๓  จบ )

คำขอนิสัยจำพรรษา

อาจะริโย  เม  ภันเต  โหหิ  อายัส์มะโต  นิสสายะ  วัจฉามิ (ว่า๓จบ)  รอรับกะท่านว่า  "สาธุ  ภันเต"  ทีละครั้ง  ๓  ครั้ง  แล้วกล่าวต่อไปว่า     อัชชะตัคเคดานิ  เถโร  มัยหัง  ภาโร อะหัมปิ  เถรัสสะ  ภาโร.  (ว่า ๓ จบ )

คำขึ้นธรรมาสน์

โอกาสัง  เม  ภันเต  เถโร  เดตุ  ธัมมะกะถัง  กะเถตุง

คำกล่าวก่อนลงธรรมมาสน์

อะยัง  ธัมมะกะถา  มะยา  เดสิตา  สาตา  อายัส์มันเตหิ  สัลลักเขตัพบา

คำอปโลกน์ภัตตาหาร

ยัคเค  ภันเต  สังโฆ  ชานาตุ,  อะยัง  ปะฐะมะภาโค  เถรัสสะ            ปาปุณาติ,  อะวะเสสา  ภาคา  อัมหากัง  ปาปุณันตุ,  ภิกขู  จะ  สามเณรา  จะ  คะหัฏฐา  จะ  ยะถาสุขัง  ปะริภุญชันตุ. 



[๑]  โดย พระครูสุธีวรสาร ดร. เจ้าอาวาสวัดหนองสวง เจ้าคณะอำเภอหนองกุงศรี (ธรรมยุต)

อาจารย์ประจำหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์  มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

 

โดย : วัดหนองสวง   วันที่อัพเดต : 18/02/2016
 


 
วัดหนองสวง เลขที่ ๕๖ หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๖๒๒๐
ติดต่อพระครูสุธีวรสาร เจ้าอาวาส 
๐๙๑-๘๖๕๒๗๕๔ E-mail:Chantum51@gmail.com www.watnongsuang.net
ปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อ 12 สิงหาคม 2562
QR Code เว็บไซต์